 
Koda Kumi 倖田 來未
โคดะ คุมิ มีชื่อจริงว่า โคดะ คุมิโกะ
เธอมีความฝันตั้งแต่เล็กๆว่าสักวันเธอจะต้องเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียง เมื่อตอนคุมิจังอายุ 17 ปี เธอได้ไปออดิชั่นเป็นนักร้องรุ่นที่ 3 ของ Morning Musume
ซึ่งในปีนั้น คนที่ผ่านการออดิชั่นก็คือ มากิ โกโตะ
ในปี 2000 เธอผ่านการออดิชั่นกับ Avex Trax ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น
ซิงเกิ้ลแรก Take Back ได้อันดับที่ 56 ใน Oricon Chart แต่ได้อันดับที่ 20 บนBillboard Hot 100
ซึ่งถือว่าเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่มาก เพราะแม้แต่ อูทาดะ ฮิคารุก็ยังไต่ Billboard ได้ไม่สูงเท่านี้
ในปี 2003 เธอได้ออกซิงเกิ้ลประกอบเกมส์ RPG สุดฮิตอย่าง Final Fantasy X-2
ทำให้เธอเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง และเธอก็ได้ออกอัลบั้มที่สองของเธอก็คือ Grow Into One โดยเพลง Real Emotion และเพลง 1000の言葉 (1000 no Kotoba) ที่เธอร้อง เมื่อ Final Fanatsy X-2 ทำภาคภาษาอังกฤษออกมาก็ได้ให้ Jade จากวง Sweetbox เป็นคนร้อง แต่แฟนเพลงชาวญี่ปุ่น ได้เรียกร้องให้คุมิร้องภาษาอังกฤษบ้าง เธอจึงนำ Real Emotion และ 1000 Words รวมอยู่ในซิงเกิ้ลที่ 8 ของเธอ Come With Me
หลังจากนั้นในปี 2004 เธอก็ได้ ปล่อยอัลบั้มที่ 3 ออกมาคือ Feel My Mind ซึ่งอัลบั้มนี้ได้ไต่ Oricon Chart ได้อันดับที่ 7 และยังมี Bonus Track คือเพลง Cutie Honey ซึ่งเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์การ์ตูนของญี่ปุ่น ซิงเกิ้ล Cutie Honey เองได้อยู่ใน Oricon Chart นานถึง 35 สัปดาห์เลยทีเดียว และ Cutie Honey ยังเป็นแทรคแรกของอัลบั้มที่ 4 ของเธอ Secret
ปี 2005 เป็นการเริ่มต้นความแรงของเธออย่างเต็มตัว กับอัลบั้ม Secret ด้วยซิงเกิ้ลฮิตมากมาย
ไม่ว่าจะเป็น Cutie Honey, Chase, Butterfly, Hot Stuff ด้วยกระแสความแรงที่ไม่มีใครฉุดเธอได้ในตอนนั้น เธอได้รับรางวัลจากเวทีต่างๆมากมาย และเธอก็ได้ปล่อยอัลบั้ม Best ~first thing~ที่ได้รวบรวมซิงเกิ้ลฮิตของเธอมากมายมารวมไว้ ทำยอดขายอันดับ 1 ใน Oricon Chart ได้ถึง หนึ่งล้านแปดแสนกว่าแผ่น
และปลายปี 2005 เธอก็ได้เริ่มโปรเจคใหม่ที่ยังไม่เคยมีใครทำและกล้าทำ นั่นคือโปรเจค
“12 days of Christmas” โดยเธอจะออกซิงเกิ้ลทุกอาทิตย์ต่อกันจนครบ 12 ซิงเกิ้ล
ซิงเกิ้ล you ถูกปล่อยออกมาเป็นซิงเกิ้ลแรก เปิดตัวด้วยอันดับ 1 ใน Oricon Chart ด้วย PV แบบไตรภาค เพลง Feel ที่เปิดตัวในสัปดาห์ที่ 6 ขึ้นดันดับหนึ่งตาม you
นอกจากนี้ Single Birthday Eve เพลงประกอบโฆษณาโทรศัพท์ของโดโคโมะ ที่แสดงโดย เคียวโกะ ฟุคาดะยังขายได้เป็นอันดับสอง และในสัปดาห์สุดท้ายของปี 2005 ซิงเกิ้ล Lies อยู่ในอันดับที่ 6 และ Shake It Up อยู่ในอันดับที่ 7 ในขณะที่วิงเกิ้ลแรก you ยังอยู่ที่อันดับ 9 ทำให้คุมิเป็นศิลปินคนแรกที่มีเพลงติดชาร์ท Top Ten ของ Oricon Weekly Chart มากที่สุด 3 เพลง
นอกจากนี้ ยังมีการสร้างมิวสิควีดีโอ ไตรภาค คือ you Feel Lies ที่มีเนื้อหากล่าวถึงความรักที่ไม่สมหวังสามรูปแบบ แต่ในซิงเกิลสุดท้าย Someday คุมิก็ได้เล่าเรื่องต่อว่า สุดท้าย ถ้าเรารักกันยังไงเราก็คู่กัน โดย เล่าเรื่องต่อจาก 3 มิวสิควีดีโอนั้น
คุมิได้รวมเพลงจาก 12 ซิงเกิ้ลของเธอไว้ในอัลบั้ม Best ~second session ~ ได้ทำยอดขายอันดับหนึ่งและขายยาวต่อเนื่อง จากนั้นคุมิจังก็ได้เปิดตัวซิงเกิ้ล 恋のつぼみ (Koi no Tsubomi) และเป็นศิลปินหญิงที่ทำยอดขายประจำสัปดาห์ได้มากที่สุดในปี 2006
จากนั้นเธอได้ออกสมุดภาพ Marroc ถ่ายทำที่ Morrocco และมี Maxi Single ตามมาคือ 4 Hot wave ที่ได้ปล่อย PV เป็นเรื่องราวต่อกัน 4 PV คือ Juicy, With your smile, I’ll be there, 人魚姫(Ningyo Hime) จากนั้นเธอได้ออกซิงเกิ้ล 夢のうた / ふたりで… (Yume on Uta/Futari de…) เป็นเพลงช้าๆ สองเพลงที่ทำนองเหมือนกัน แต่คนละเนื้อร้อง โดยมี PV เป็นตัวเล่าเรื่องคนละมุมมองของความรัก ทำให้ซิงเกิ้ลนี้ ขึ้นอันดับ 1
จากนั้น Avex Trax ก็ได้ให้เธอทำเพลง Won’t Be Long ซึ่งเป็นเพลงสนุกสนานร่วมกับ Exile ซิงเกิ้ลนี้ทำยอดขายในสัปดาห์แรกได้ถึง 130,710 แผ่นเลยทีเดียว และขึ้นอันดับ 2 ใน Oricon Chart
จากนั้นเธอก็ได้ออกซิงเกิ้ล Cherry Girl / 運命 (Unmei) เพลงประกอบภาพยนตร์แนวแอคชั่นที่เธอเล่น
กระแสที่แรงไม่ตกเธอก็ได้ออกอัลบั้มที่ 5 ของเธอ Black Cherry รวบรวมซิงเกิ้ลดังๆมากมาย ซึ่งทำยอดขายอันดับ 1 ใน Oricon chart ทำให้ปี 2006 เป็นอีกปีที่คุมิเป็นศิลปินหญิงที่ทำยอดขายได้มากที่สุดในญี่ปุ่น แซงหน้า อายุมิ ฮามะซากิได้
ในปี 2007 เธอได้ออกซิงเกิ้ล But / 愛証 (Aisho) เปิดตัวที่อันดับที่ 2 ใน Oricon chart นอกจากนี้ในอาทิตย์ต่อมาเธอก็ได้ออก DVD Best ~ second session ~ tour 2006-2007 ของเธอออกมา พร้อมกับอัลบั้ม Best ~ Bounce & Lovers ~ ซึ่งรวบรวมเพลงฮิตเพราะๆช้าๆ ของเธอไว้มากมายไม่ว่าจะเป็น 1000の言葉 (1000 no Kotoba) ที่มาในแบบออเครสต้า 大切な君へ (Tai Setsuna Kimi e) จาก Butterfly ซิงเกิ้ลล่ารางวัลของเธอ you ในแบบ piano ที่เธอได้แสดงไว้ใน MTV Video Music Award Japan 2006 และ Walk ที่เธอร้องเป้นเพลงสุดท้ายของอังกอร์ในทุกคอนเสิร์ต และเพลงใหม่ 明日へ… (Ashita e…)
จากนั้นก็ตามด้วย FREAKY ซึ่งไปถ่ายทำปกอัลบั้มและ PV Run for your life ถึงอเมริกา และเธอยังได้มีตู้เกมส์ของตัวเองคือ Koda Kumi Fever Live in Hall แล้วก็ออกซิงเกิ้ล 愛のうた (Ai no uta) เป็นเพลงช้าๆซึ้งๆ ซึ่งถือเป็นภาคต่อของ Yume no Uta เลยก็ว่าได้ และต้อนรับความแรงของภาพยนต์เรื่อง Residence Evil ที่จะเข้าฉายในญี่ปุ่น คุมิก็ได้ออกซิงเกิ้ล Last Angel เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ ที่ได้ 5 หนุ่ม โตโฮชินกิ มาร่วมร้อง ทำให้ความแรงของซิงเกิ้ลนี้มีเพิ่มขึ้นไปอีก พร้อมๆกับเธอได้ออกทัวร์คอนเสริตใหม่ Black Cherry Tour ทั่วญี่ปุ่น
ในตอนนี้สามารถพูดได้ว่าไม่มีใครมาฉุดรั้งความแรงของเธอได้ โคดะ คุมิ
|